วิธีการติดตั้งและการใช้งานถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ

บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด ผลิตและจำหน่ายถังบำบัดน้ำเสียPUREทั้งแบบเติมอากาศและแบบไร้อากาศ  โดยทางบริษัทฯได้จัดทำคู่มือการติดตั้งและการบำรุงรักษา ให้ลูกค้าได้ติดตั้งถังบำบัดอย่างถูกวิธี เพราะการติดตั้งที่ผิดวิธีอาจเสียค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษทางน้ำได้

คุณสมบัติของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ คือ การใช้อ๊อกซิเจนจากเครื่องเติมอากาศเข้ามาช่วย ในการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในถังบำบัดน้ำเสีย ให้น้ำที่ได้ผ่านการบำบัดแล้วสามารถปล่อยลงสู่บ่อบำบัดรวมสาธารณะได้โดยเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

หลักการทำงานของถังน้ำเสียเติมอากาศ

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแบบเติมอากาศ  (SEPTIC  AND AERATION FILTER)  ทำหน้าที่โดยเริ่มจากขั้นตอนการแยกกากตะกอนหนัก  (SEPTIC)  บำบัดมายังขั้นตอนการกรองแบบเติมอากาศ  (AERATION FILTER)  ซึ่งอาศัยกระบวนการย่อยสลายโดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย พร้อมกับใช้วิธีเครื่องเติมอากาศ เข้าไปเพิ่มอ๊อกซิเจนในถังบำบัด ซึ่งจะทำให้การบำบัดมีประสิทธิภาพได้ดีเมื่อใช้อากาศเติมสู่ระบบ ทำให้จุลินทรีย์สามารถทำงานและบำบัดสารอินทรีย์กากของเสียได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้ค่าน้ำที่ออกมาได้ตามมาตรฐานตามที่หน่วยงานกรมควบคุมมลพิษกำหนด อีกทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมก่อนปล่อยน้ำเสียออกจากถังเป็นน้ำที่มีคุณภาพ

ตำแหน่งที่จะทำการติดตั้งถัง

โดยทั่วไปตำแหน่งของถังจะถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วในการออกแบบอาคาร  หากยังไม่มีการออกแบบไว้ก่อน  หรือต้องการติดตั้งถังเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ ควรให้พิจารณาดังต่อไปนี้

1)  ควรติดตั้งภายนอกตัวอาคาร  เพราะสามารถทำการติดตั้งและดูแลรักษาได้ง่าย

 

2)  ควรติดตั้งใกล้ห้องส้วมและท่อระบายน้ำสาธารณะ  เพื่อลดปัญหาการอุดตันในท่อ

 

3)  หากติดตั้งในอาคารให้แยกโครงสร้างฐานรากของถังบำบัดออกจากฐานรากของอาคาร

 

4)  ตรวจสอบตำแหน่งที่จะเดินท่อเติมอากาศรวมถึงตำแหน่งวางปั๊มไม่ควรห่างจากตัวถังมากนักเพราะอาจมีผลต่อแรงอัดอากาศที่ลดลงเมื่อระยะห่างระหว่างถังกับปั๊มอยู่ไกลกันและควรไว้ในที่ร่ม

 

5)  ในกรณีมีตู้คอนโทรลปั๊มควรตรวจสอบตำแหน่งที่จะติดตั้งตู้ก่อนและควรไว้ในที่ร่มหรือมีหลังคากันแดดและฝนเพื่อยืดอายุการใช้งาน

 

6)  ท่อเข้าออกสั่งได้มาตรฐานโรงงานและสั่งพิเศษ  (ติดต่อฝ่ายขาย)

 

7)  ในกรณีพื้นที่ในการวางถังบำบัดมีจำกัด ทางบริษัทสามารถสั่งผลิตถังได้ตามความเหมาะสมของหน้างาน โดยทางลูกค้าสามารถติดต่อฝ่ายขายให้ออกแบบคำนวณ ความกว้างและความยาวของถังบำบัดให้เหมาะสมกับการใช้งานจากพื้นที่หน้างานจริงได้

วิธีการติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศมีขั้นตอนตามลำดับต่อไปนี้

1)ขุดหลุมขนาด  กว้าง X ยาว X สูง  ให้เหมาะสมกับขนาดถังฐานรากและระดับท่อ เข้า – ออก

 

2)  (ดูแคตตาล็อคและตารางแต่ละรุ่น)  อาจใช้เสาเข็มตามวิศวกรระบุ  แล้วรองพื้นด้วยทรายและเทคอนกรีตเสริมเหล็ก  หรืออาจใช้เพียงคอนกรีตหยาบ 1:3:5 หากสภาพดินรับแรงดี

 

3)  ยกถังวางลงในหลุม  จัดระดับถังให้เหมาะสมท่อเข้า – ออก  จะต้องไม่กดลึกกว่าระดับพื้นดินเกินกว่า  0.50 ม.  หากฝังถังลึกเกินไปถังจะเสียหายจากน้ำหนักดินที่กดทับได้          ใช้ลวดสลิงดึงรัดรอบถัง กันถังเคลื่อนและถังลอย  แล้วเติมน้ำให้เต็มถังแล้วจึงกลบด้วยทรายหยาบอัดแน่นรอบถังทุกชั้น ๆ ละ  50  ซม.      จากฐานรากถึงผิวพื้นด้านบนจนประกอบท่อเข้า – ออก     ด้วยข้อต่ออ่อนและท่ออากาศให้สูงเลยชั้นหลังคา , ดาดฟ้า

 

4)  ทำแนวกั้นชั่วคราวเป็นแนวเขตป้องกัน  และทำป้ายระวังถังบำบัด โดยรอบถัง เพื่อป้องกันรถบด , หรือเครื่องจักรหนักเข้ามาเหยียบถังโดยรอบขอบถังอย่างน้อย 1.50 ม.     ตลอดช่วงระยะเวลาก่อสร้าง

 

5)  เทพื้น  ค.ส.ล. ขนาดไม่เกิน  80 X 80 X 10 ซม.  และฝังแหวนรองฝา  ทิ้งไว้ให้ปูนแห้งแล้วจึงวางฝาปิด  เติมหัวเชื้อ  เป็นเสร็จขั้นตอน

ข้อควรระวังในการติดตั้งถัง

  1. ถังบำบัดจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ถ้าได้รับการติดตั้งอย่างถูกวิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำจากบริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด
  2. ระดับของท่อน้ำเสียที่เข้า  และท่อน้ำเสียที่ออกจากถัง  ควรอยู่สูงกว่าระดับท่อระบายน้ำสาธารณะ
  3. การฝังท่อร้อย  (Sleeve)  ที่คานชั้นล่าง  จะช่วยทำให้ระดับถังที่ติดตั้งไม่ลึกมากเกินไปและ    ทำให้การระบายน้ำสะดวกขึ้น
  4. ความลาดเอียงของท่อที่เข้า  และท่อที่ออกจากถัง  ไม่น้อยกว่า  1 : 100  หรือมีความสูงต่างกัน 1  เซนติเมตร  ต่อความยาว  1  เมตร  หากท่อน้ำเสียยาวมาก  (เกิน  4  เมตร)  ให้เพิ่มช่องล้างท่อ(FCO)  ที่ต้นท่อ  หรือใช้บ่อพักทุกระยะ  8  เมตร
  5. การยกถังบำบัด  ให้ยกโดยใช้ลวดสลิงรองรับถัง  โดยใช้รถยกที่ออกแบบไว้รับน้ำหนักโดยเฉพาะห้ามยกที่ท่อเข้า – ออกซึ่งอาจทำให้ท่อหักได้

 

  1. ห้ามติดตั้งถังในระดับท่อเข้าถึงพื้นผิวดินความลึกเกินกว่า  50  ซม.  ไม่ควรก่ออิฐฉาบปูนเป็นคอถังเพราะมีน้ำหนักกดทับถังมาก  กรณีมีความจำเป็นต้องติดตั้งลึกเกินกว่าที่กำหนด

 

  1. ให้ใช้ทรายหยาบอัดแน่นด้วยคนและเครื่องตบอัดทรายรอบ ๆ ถัง  ตั้งแต่ฐานรากจนถึงผิวดินชั้นบนสุด  (เติมน้ำให้เต็มถังและบดอัดทรายพรมน้ำสลับกันทุกระยะความสูง  50  ซม.จนเต็มถัง พื้นผิวดินชั้นบน)

 

  1. บริเวณที่ติดตั้งถังต้องทำแนวรั้วชั่วคราว  เพื่อป้องกันไม่ให้มีรถยนต์ , รถบรรทุก  หรือวัสดุหนักเข้าไปเหยียบหรือกดทับบริเวณใกล้เคียงโดยเด็ดขาด  ยกเว้นที่การทำโครงสร้างช่วยรับน้ำหนัก    ไว้แล้ว

 

  1. การต่อท่อระบายอากาศ  (V 2)  ให้สูงเหนือชั้นหลังคาแยกต่างหากออกจากท่อระบายอากาศ (V 1)  ของอากาศ  จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

10.อุปกรณ์ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปั๊มเติมอากาศ และตู้คอนโทรล ควรอยู่ในห้องควบคุมหรืออยู่ในที่ร่มห่างจะความชื้น เพื่อยืดอายุการใช้งานที่นานขึ้น

 

  1. หากท่านมีข้อสงสัยในการติดตั้ง  โปรดโทรแจ้งฝ่ายวิศวกรรมและบริการ  บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด  ได้ตลอดเวลาทำการ

การดูแลรักษาหลังจากติดตั้งแล้วและเริ่มใช้งาน

  1. กำจัดตะกอน  โดยการจ้างรถบริการดูดส้วม  อย่างน้อยปีละ  1 – 2  ครั้งทั้งช่องแยกตะกอน  และช่องกรอง  หรือช่องเติมอากาศ  เพื่อให้ประสิทธิภาพการบำบัดดีขึ้น
  2. ดูดตะกอนที่ก้นถังออกในปริมาณไม่เกิน 1/3 ของปริมาตรถัง  (หากสูบมากเกินกำหนดถัง    อาจเสียหายได้)  กรณีถังเติมอากาศ  ให้สลับกันดูดจากช่องแยกตะกอน  และช่องกรองเพื่อรักษาระดับน้ำ  ระหว่างช่องยุบลงให้เท่า ๆ กัน  ทำให้ถังบำบัดมีอายุการใช้งานยาวนาน
  3. ให้เติมน้ำเต็มถังทันที  (สังเกตท่อน้ำล้นจะไหลออกลงบ่อพัก)  แล้วจึงปิดฝาถังให้เรียบร้อย
  4. กรณีถังเติมอากาศ  ให้ตรวจสอบการทำงานของเครื่องเติมอากาศและเครื่องสูบตะกอน         ว่าทำงานตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงตู้คอนโทรลจะเป็นตัวควบคุมการทำงานของปั๊มเติมอากาศ เพราะถังเติมอากาศต้องใช้อากาศเพื่อเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ หากไม่มีเติมอากาศเติมลงถังบำบัดเชื้อจุลินทรีย์บางส่วนอาจตายได้และในกรณีถ้าเครื่องเติมอากาศชำรุดเป็นระยะเวลา1-2วัน อาจส่งผลต่อค่าน้ำBODออกที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากขาดอากาศไปเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์(หากมีเสียงดังผิดปรกติจากปั๊ม  ลมไม่ออก  หรือสูบน้ำไม่ขึ้น  ให้แจ้งฝ่ายบริการ)
  5. ห้ามทิ้งเศษขยะ  หรือของที่ไม่ย่อยสลาย  ลงในถังบำบัดน้ำเสีย
  6. การทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้ง  ควรใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ไม่ควรล้างบ่อยและอย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคชนิดรุนแรงไหลลง  เพราะจะทำให้ถังทำงานได้ไม่มี    ประสิทธิภาพ
  7. กรณีถังดักไขมัน  ให้ถอดตะกร้าเทขยะ  และล้างตะกร้าทุกวัน  หรือเมื่อขยะเต็มหรืออุดตัน

(ซึ่งอาจทำให้ถังบำบัดเสียหายได้ภายหลัง)

  1. บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด   มีการบริการเสริมหลังการขาย  โปรดติดต่อฝ่ายบริการโดยตรง
  2. ควรสูบตะกอนไปกำจัดปีละ  1 – 2  ครั้ง  โดยสูบประมาณไม่เกิน 1/3  ของถังแล้วเติมน้ำ  หลังจากนั้นให้ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ในถังบำบัด  เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์แทนของเก่าที่สูบออกไปให้การบำบัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น